เผยผลแล็บผู้ป่วย"เฝ้าระวัง"ที่อยุธยาเป็นไข้หวัดธรรม

วันที่ 2009-05-15 08:35:00 โดย เดลินิวส์ - ข่าวประจำวัน

 
 
tags :
 

เผยผลแล็บผู้ป่วยเฝ้าระวังหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่อยุธยาเป็นแค่หวัดธรรมดา ตามฤดูกาล  ขณะที่ “สธ.”คาดพบผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศได้อีก “วิทยา” ฟุ้ง “มาร์กาเร็ต ชาน” อยากคุยด้วย  สนใจ อสม.ไทย “ศิริราช” เจ๋ง ตรวจยืนยันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก่อนส่งต่อ ซีดีซี.ยันซ้ำ เผยศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจลึกถึงสายพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ พร้อมส่งตัวอย่างไปยังธนาคารยีน มะกัน ด้าน “หมอประเสริฐ” ชี้ ต้องมีโรงงานผลิตวัคซีนไว้ใช้เอง ด้าน กต.-สธ.แจงสถานการณ์หวัดใหญ่ 2009 ต่อ ทูต ตปท. ย้ำแนวทางการป้องกัน-ความร่วมมือประเทศภูมิภาค

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ      ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขได้ประเมินทางวิชาการ คาดไทยมีแนวโน้มอาจพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่มาจากต่างประเทศรายใหม่ได้อีก กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้มาตรการแซนด์วิช เพื่อค้นหาผู้ป่วยให้พบอย่างรวดเร็ว ให้การดูแลรักษาและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัด โดยคงมาตรการ เฝ้าระวังโรคในกลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกคนที่ด่านตรวจโรคประจำสนามบิน ด่านพรม แดนต่าง ๆ และการค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านชุมชน และที่โรงพยาบาล คลินิก โรงพยาบาลเอกชน อย่างเข้มแข็ง
 
ทั้งนี้ที่ด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณ ภูมิ ได้เพิ่มกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำการจากวันละ 60 คน เป็นวันละเกือบ 100 คน ตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีระบบการเชื่อมโยงส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยในรายที่มีไข้และเดินทางกลับจากต่างประเทศให้พื้นที่ต่าง ๆ ได้ติด ตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เล็ดลอดแม้แต่รายเดียว และให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วออกติดตามผู้ป่วยที่บ้านทันที ส่วนสถานพยาบาล  ต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิกทั่วประเทศ ให้เพิ่มการซักประวัติผู้ป่วยที่มีไข้ ไอ เจ็บคอหรือท้องเสีย อย่างถี่ถ้วนโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งหมด 
 
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่จะเดินทางไปประชุมสมัชชาอนามัยโลก ที่นครเจนีวาในเร็ว ๆ นี้ คงจะมีการรายงานผลการประชุมอาเซียนบวก 3 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพให้ที่ประชุมทราบ รวมทั้งรายงานผลการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคในประเทศไทย รวมทั้งการ    ตั้งรับกรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรค เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่า พญ.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก อยากพูดคุยกับตน เนื่องจากประเทศไทยมี   ความกระตือรือร้นในการระวังภัย โดยเฉพาะ การจัดประชุมอาเซียนที่ผ่านมา ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนเคยพบกับ พญ.มาร์กาเร็ต ชาน มาแล้วซึ่งได้ให้ความสนใจการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขของไทย (อสม.) ซึ่งต้องยอมรับว่า อสม.ไทยเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
 
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรม  การศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับ มาตรการการรักษา โดยจะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการดื้อยา โดยในรายที่ผลการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ จะได้รับยา   ต้านไวรัสทุกคน ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจยืนยันจะรู้ผลเร็ว เนื่องจากมีการทำงานเป็นเครือข่ายระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง ซึ่งทุกแห่งเป็นศูนย์ปฏิบัติ การอ้างอิงขององค์การอนามัยโลก รวมทั้งศูนย์   ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย ทำ    ให้ผลมีความแม่นยำ รู้ผลเร็วภายใน 48 ชั่วโมง
 
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า องค์การอนามัยโลก (ฮู) รายงานเมื่อเช้าวันนี้ (14 พ.ค.) ว่า ไทยถูกจัดอันดับประเทศพบยืนยันติดเชื้ออันดับที่ 33 และมี 8 ประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่ม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน สหราชอาณาจักร จีน โคลอมเบีย กัวเตมาลา ปานามา สำหรับผู้ป่วยชายอายุ 68 ปีที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นข่าวนั้น ล่าสุดได้รับรายงานผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่าผลการตรวจวิเคราะห์แล้วป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดบี ซึ่งเป็นไข้ตามฤดูกาล ไม่ใช่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด
 
ที่โรงพยาบาลศิริราช วันเดียวกัน ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในการแถลงข่าวเรื่อง “ศิริราชตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ครั้งแรกในประเทศไทย” โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ. ประเสริฐ ทองเจริญ นายกสมาคมไวรัสวิทยา แห่งประเทศไทยและประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ศ.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์   หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา และ ศ.ดร.พิไลพันธ์   พุธวัฒนะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย และอาจารย์      ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา
 
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในฐานะที่เป็นห้องปฏิบัติการคู่ขนานกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจวิเคราะห์เชื้อก่อ    โรคอุบัติใหม่ เช่น เอดส์ ซาร์ส และไข้หวัดนก มากว่า 10 ปี ดังนั้นภายหลังจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จึงได้ส่งตัวอย่างเชื้อที่สงสัยมายังศิริราชเพื่อทำการตรวจเพื่อยืนยัน เนื่องจากศิริราชได้มีการศึกษาวิจัยเชื้อไข้หวัดใหญ่และได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงมานานกว่า 30 ปี จากนั้นจึงทำการส่งต่อตัวอย่างเชื้อเพื่อไปเปรียบเทียบที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ หรือ ซีดีซี เพื่อให้เกิดความชัดเจน
 
ส่วน ศ.ดร.พิไลพันธ์ กล่าวว่า เมื่อรับตัวอย่างเชื้อจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทางศิริราชได้ทำการตรวจทางอณูชีววิทยาถึง 3 ระดับ คือ ระดับแรกเป็นการตรวจดูว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอหรือไม่ ระดับที่ 2 เป็นการตรวจดูว่าเชื้อหวัดดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ไข้หวัดธรรมดาหรือสายพันธุ์ใหม่ ระดับที่ 3 เป็นการนำมาวิเคราะห์ นิวคลิโอไทด์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่คือหน่วยย่อยของสายพันธุกรรมของเชื้อที่เล็กที่สุด เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอีกหรือไม่ ซึ่งผลพบว่าไม่แตกต่างจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาด อยู่ทั่วโลกขณะนี้ “ขณะนี้ทางศิริราชได้ส่งนิวคลิโอไทด์ไปยังธนาคารกลางเก็บตัวอย่างเชื้อไวรัสที่สหรัฐแล้ว จำนวน 4 ยีน และกำลังทยอยส่งเพิ่ม  เติมอีก 4 ยีน คาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า”
 
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับเชื้อที่ได้มานี้ทางศิริราชจะนำมาวิจัยต่อยอดทั้งในส่วนของการพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ การพัฒนาวัคซีน และยาต้านไวรัสสำหรับเชื้อตัวนี้ รวมถึงการตรวจสอบการดื้อยา “เท่าที่ทราบองค์การอนามัยโลกอยู่ระหว่างการวิจัยวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยจะใช้เวลา 4-6 เดือนในการคิดค้นพัฒนาจึงจะได้วัคซีนต้นแบบเพื่อนำมาผลิตวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันโรคที่เป็นการถ่ายเทคโนโลยีให้กับเอกชน รวมแล้วใช้เวลากว่า 1 ปี และเมื่อเอกชนผลิตจะสามารถผลิตได้เพียงแค่ 460 ล้านโด๊สเท่านั้น ซึ่งประเทศที่เป็นผู้ผลิตจะกักตุนวัคซีนเพื่อใช้ในประเทศให้เพียงพอก่อนขายให้กับประเทศอื่น ๆ ดังนั้นโอกาสที่ไทยจะซื้อวัคซีนนี้ได้จึงเป็นไปได้ยากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง ดังนั้นจำเป็นที่เราต้องมีโรงงานผลิตวัคซีนไว้ใช้เอง ซึ่งถือเป็นความมั่นคงของประเทศด้วย”
 
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่าง ประเทศ พร้อมด้วย นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิ์วัฒน์ นายคำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และนายทวี โชติพิทยะสุนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันบรรยายสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ต่อคณะทูตานุทูตที่ ประจำในประเทศไทย โดยมีคณะทูตจาก 32 ประเทศ และตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร เข้าร่วมรับฟัง นพ.ศุภมิตร กล่าวว่า ได้สรุปภาพรวมของสถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย พร้อมกับผลสรุปของการประชุมสมัยพิเศษรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ว่าประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการป้องกันอย่างไร เพื่อรับมือกับปัญหา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเพราะทุกประเทศเข้าใจดีถึงความตั้งใจการทำงานที่มีอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจาก กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียมว่า นายลอว์ เรตต์ ออนเคลิงค์ รมว.สาธารณสุขเบลเยียมแถลงว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายแรกของประเทศ และยังเป็นประเทศล่าสุดของโลก ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ซึ่งระบุว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสทั่ว โลกแล้ว 6,497 ราย และเสียชีวิต 65 ศพ ใน 33 ประเทศทั่วโลก ซึ่งยังไม่นับเบลเยียม โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นชายวัย 28 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองเกนต์ และเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงบรัส เซลส์หลังมีอาการป่วยและตรวจพบการติดเชื้อ
 
ส่วนที่ประเทศจีน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกรุงปักกิ่งและมณฑลชานตง ได้เร่งติดตามหาตัวผู้โดยสารร่วมมาบนเครื่องบินและรถไฟขบวนเดียวกันกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นนักศึกษาชายชาวจีนวัย 19 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศแคนาดา ด้วยเครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์แคนาดาถึงกรุงปักกิ่ง และรถไฟจากกรุงปักกิ่งไปยังเมืองจี่หนานมณฑลชานตง ซึ่งมีผู้โดยสารประมาณ 20 คนที่ทางการจีนต้องการพบตัวเพื่อนำมาตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ นับเป็นมาตรการคุมเข้มเพื่อป้อง กันการแพร่ระบาด หลังจากที่จีนโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าดำเนินการล่าช้าในการป้องกันโรคซาร์สเมื่อ 6 ปีก่อน.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=199129&NewsType=1&Template=1