ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจปีนี้โต 2.7%

วันที่ 2010-01-22 00:58:44 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ต่างประเทศ

 
 
tags :
 

จัสติน ลิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก เอเอฟพี – ธนาคารโลกเผยรายงานล่าสุดเมื่อวันพุธ (20) ว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะเติบโตราว 2.7 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่อยู่ในภาวะหดตัวในปี 2009 แต่ยังเน้นย้ำให้ระวังความเสี่ยงจากการที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่าง “เปราะบาง” หลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นภาวะวิกฤตครั้งเลวร้ายที่สุดนับจากเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ทั่วโลกมา

“โดยรวมแล้ว ขณะนี้เป็นห้วงเวลาที่ท้าทายมาก” จัสติน ลิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกกล่าว
และว่า “ความรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะส่งผลให้ประเทศต่างๆ และประชาชนยังรู้สึกเจ็บปวดกับวิกฤตที่เกิดขึ้นต่อไปอีกหลายปีทีเดียว แม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแล้วก็ตาม”

ทั้งนี้ รายงาน "Global Economic Prospects 2010" ระบุว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะเติบโตอย่างช้าๆ หลังจากที่แผนกระตุ้นเศรษฐกิจด้านงบประมาณของประเทศต่าง ๆ เริ่มเบาบางลง ทว่า อุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตก็คือตลาดการเงินซึ่งยังมีปัญหาและการที่ดีมานด์ในภาคเอกชนยังซบเซา ขณะที่อัตราการว่างงานยังสูง

นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาพกว้างถึงผลผลิตสินค้าและบริการที่ตกลงราว 2.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว ก็คาดว่าจะขยายตัว 2.7 เปอร์เซ็นต์ในปี 2010 และ 3.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2011

การเติบโตจะมาจากประเทศกำลังพัฒนาเป็นส่วนใหญ่ โดยที่เศรษฐกิจของประเทศกลุ่มนี้จะเติบโต “อย่างค่อนข้างแข็งแกร่ง” 5.2 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 5.8 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า
จีนจะยังคงเป็นกลไกผลักดันเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ โดยทั้งในปีนี้และปีหน้าจีนจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเอเชียใต้อยู่ในราว 6.9 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ โดยที่อินเดียจะขยายตัว 7.5 เปอร์เซ็นต์

กลุ่มที่จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับปานกลาง ได้แก่ กลุ่มแอฟริกา (3.8 เปอร์เซ็นต์) ละตินอเมริกา (3.1 เปอร์เซ็นต์) และยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลางกับเอเชียกลาง (2.7 เปอร์เซ็นต์)

ประเทศร่ำรวยซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤตการเงินโลกคงยังไม่ฟื้นตัวเร็วนัก คาดว่าประเทศพัฒนาแล้วซึ่งมีจีดีพีดิ่งลง 3.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว จะเติบโต 1.8 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และ 2.3 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า

สหรัฐฯ ซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นจุดศูนย์กลางของวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกนั้น จะมีอัตราเติบโตในปีนี้ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และปีหน้า 2.7 เปอร์เซ็นต์

ฮันส์ ทิมเมอร์ ผู้เขียนรายงานฉบับนี้กล่าวว่า จากข้อมูลที่รวบรวมยังพบว่าภาวะการว่างงานจะแย่ลงกว่าเดิม

“อันที่จริงแล้วการเติบโตในปีนี้ไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะสร้างงานให้กับคนหน้าใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดงานทั่วโลกได้ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเราจะต้องสร้างงานรองรับกลุ่มที่ตกงานไปเมื่อปี 2009 ด้วย” ทิมเมอร์สรุป

ทั้งนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับปานกลางในปีนี้ แสดงว่าจะมีการดีดตัวขึ้นของปริมาณการค้าโลกหลังจากดิ่งลง 14.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว

เป็นที่คาดว่าปริมาณการค้าทั่วโลกจะขยายตัวราว 4.3 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ และไต่ระดับสูงขึ้นเป็น 6.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2011ส่วนราคาน้ำมันก็คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ราว 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดปีนี้และปีหน้า

“การฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างเปราะบาง และอาจชะลอตัวในครึ่งปีหลังของปีนี้เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการด้านงบประมาณและด้านการเงินของประเทศต่างๆ เริ่มซาลง วงจรของสินค้าในปัจจุบันจะหมุนไปตามจังหวะปกติ” ธนาคารโลกระบุ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกได้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นว่าจะแข็งแกร่งหรือต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าความต้องการสินค้าทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนจะอยู่ตัวหรือไม่ในอีกสองสามไตรมาสข้างหน้า

ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9530000009256

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ธนาคารโลกชี้เศรษฐกิจปีนี้โต 2.7%

ข่าวที่คล้ายกัน