อินุงตุงนัง! "เงินเดือน" ใน "งบบัตรทอง" หนึ่งสาเหตุ รพ.ติดหนี้ ถึงเวลา ปชช.ควรได้ค่ารักษาเต็มๆ

วันที่ 2017-07-17 17:02:59 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - คุณภาพชีวิต

 
tags :
 

จากสภาพการณ์เช่นนี้ไม่แปลกที่ รพ.ในสังกัด สธ.หลายแห่งต้องเจอสถานการณ์วิกฤตทางการเงิน ซึ่งทางแพทยสภาที่เตรียมจะเสนอเรื่องการปรับปรุงกฎหมายบัตรทองบ้างนั้น นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ที่ปรึกษาแพทยสภา ระบุว่า การแก้บัตรทองยังมีประเด็นอื่นที่น่ากังวล โดยแพทย์บางส่วนกังวลเรื่องของการใช้ทรัพยากร หรือเงินให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพฯ และมาตรฐานการรักษาพยาบาล ที่ไม่ควรใช้รูปแบบเดิม คือ มีการกำหนดวิธีการรักษา กำหนดเกณฑ์การจ่ายเงิน แต่ควรให้การรักษาเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพของแพทย์ เพื่อไม่ปิดกั้นการรักษาที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นประโยชน์ของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด และเงินที่จ่ายให้โรงพยาบาลก็ควรให้โรงพยาบาลไปดำเนินการเอง โดยเบื้องต้นคือการตัดเงินเดือนก็ต้องให้โรงพยาบาลอยู่ได้

สำหรับปัญหาเรื่องการกระจายบุคลากรนั้น นพ.โสภณ ระบุว่า ต้องใช้การบริหารจัดการมาแก้ โดย สธ.ทำเรื่องแผนอัตรากำลังว่า แต่ละ รพ.ควรมีเท่าไร และบริหารจัดการให้แต่ละโรงพยาบาลมีอัตรากำลังเป็นไปตามนี้ ซึ่งจะเป็นการกระจายบุคลากรมากกว่า ซึ่งเมื่อแยกเงินเดือนออกมาจะเกิดความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะมีค่าหัวงบบัตรทองในอัตราเท่ากัน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการจ่ายอัตราเท่ากัน ก็ยังต้องมีการปรับเกลี่ยให้ รพ.ทั้งประเทศอยู่ได้ ซึ่ง สธ.ทำแผนเรื่องการใช้จ่ายเงินของแต่ละรพ. ทำทั้งประเทศ ว่า รพ.แต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไรบ้าง และการจัดสรรงบครั้งต่อไปก็ต้องนำแผนค่าใช้จ่ายตรงนี้มาพิจารณาด้วย ซึ่งตอนนี้เริ่มมีข้อมูลแล้ว คาดว่าปีงบประมาณ 2561 น่าจะใช้ได้

"ขณะนี้เราจ่ายเป็นขั้นบันไดดูความจำเป็นของพื้นที่ และมีงบประมาณก้อนหนึ่งให้ท่านผู้ตรวจแต่ละเขตดูว่า หากรพ.เงินยังไม่พออีก ท่านผู้ตรวจฯจะมีเงินงบประมาณเพิ่มเติมลงไป แต่จะมีคณะกรรมการในเขตพื้นที่ เป็นผู้ร่วมพิจารณา ยกตัวอย่าง รพ.ดอนพุด จ.สระบุรี มีประชากรน้อยต้องใช้งบทั้งหมด 8 ล้านบาท แต่งบเหมาจ่ายได้ 5 ล้านบาท เราต้องเติมอีก 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เรากันเอาไว้ในระดับประเทศเพื่อเกลี่ยให้แก่รพ.ที่จำเป็น" ปลัด สธ.กล่าว

มหากาพย์ 15 ปี เงินเดือนในงบบัตรทอง อาจถึงเวลากลับสู่การคิดแบบเบสิกแล้วหรือไม่ คือ งบรายหัวก็ควรเป็นงบรายหัวเพื่อไปดูแลประชาชนแบบเต็มๆ ไม่ต้องหักเงินเดือนออกไปให้ยุ่งยากและวุ่นวาย ส่วนเรื่องกระจายบุคลากรก็ให้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการด้วยกรอบอัตรากำลังแทน ก็เมื่อวิธีเก่าไม่ได้ผล ก็ต้องลองวิธีใหม่ อย่าหยุดอยู่กับที่!!

ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000072690

ข่าวที่เกี่ยวข้อง อินุงตุงนัง!

ข่าวที่คล้ายกัน