การันตี.. “โอ-วรุฒ”เลิกแล้ว รพ.ดึงเป็นโมเดลสอนคนเลิกเหล้า-คุมเบาหวาน

วันที่ 2017-07-17 15:24:43 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ภูมิภาค

 
tags :
 

เชียงใหม่ - โรงพยาบาลใหญ่เชียงใหม่ ดึงอดีตพระเอกหนุ่มชื่อดัง “โอ-วรุฒ” เป็นโมเดลรณรงค์ลด-ละ-เลิกเหล้า หลังเปลี่ยนชีวิตสำเร็จ แถมคุมเบาหวานได้ผล พร้อมเปิด “บ้านวรุฒ” ทำร้านกาแฟ-รับเป็นวิทยา นำประสบการณ์จริงสอนคนอีกทาง

หลังจากโลกโซเชียลฯแห่แชร์เรื่องราวของพระเอกหนุ่มชื่อดัง “โอ-วรุฒ วรธรรม” ที่เคยดื่มสุรา จนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของตนเอง หันทำร้านชากาแฟเครื่องดื่มที่บ้านพร้อมทั้งเป็นพรีเซนเตอร์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในโครงการ "สุรามหันตภัย ทำร้ายร่างกาย ทำลายสมอง" ด้วย

เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบว่า ขณะนี้ “โอ-วรุฒ” ได้เปิดร้าน “บ้านวรุฒ”บ้านเลขที่ 100 หมู่ 3 บ้านแพะขวาง ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จำหน่ายเครื่องดื่มร้อนเย็นต่างๆทั้งกาแฟ ชา น้ำผลไม้ โดยไม่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีลูกค้าที่ทราบข่าวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียน พร้อมสอบถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาแฟนคลับ

นอกจากนี้ที่ร้านแห่งนี้ ยังเปิดเป็นศูนย์ประสานและแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกเหล้าเครื่องดื่มของมึนเมาที่ต้องการละดละเลิกอย่างจริงจัง โดยมีอดีตพระเอกดัง “โอ-วรุฒ” เป็นพรีเซนเตอร์ที่เลิกเหล้า-เบียร์ได้อย่างเด็ดขาดแล้ว

โอ-วรุฒ วรธรรม เปิดเผยว่า ทางร้านของเรา ได้เข้าร่วมโครงการรณรงค์ผู้ที่ติดสุราของมึนเมาให้ลดละเลิกเหล้า ซึ่งตนเองก็ผ่านการดื่มมาเยอะแล้ว และหยุดจนเลิกได้เด็ดแล้ว โดยมีเสื้อโครงการพร้อมชื่อร้าน ลายเซ็นต์ และภาพตนเองจำหน่ายด้วย

ด้านนายฉันทวัฒน์ สุทธิพงษ์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โอ-วุฒ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการเลิกสุรา และการควบคุมโรคเบาหวาน โดยทางโรงพยาบาล และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จึงเชิญมาเป็นวิทยาการ และโมเดลในการลดละเลิกสุราของมึนเมา เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อไป

ส.อ.ไพรินทร์ กาไวย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านแพะขวาง เปิดเผยว่า หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านศีล 5 โดยการนำของนายอำเภอหางดง และท่านเจ้าคณะอำเภอหางดง จะร่วมกันปฏิญาณตนในการหยุดการดื่มและการเล่นการพนันต่างๆ โดยการลดละเลิกอย่างน้อยก็ช่วยสุขภาพและกำลังทรัพย์ที่เสียไปกับสิ่งของมึนเมา


ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000072630