เจ้าหนี้ตรวจคุณภาพ “เพซ” หวั่นการเงินสะดุด-SCB ผวาหนี้ก้อนโต

วันที่ 2017-07-12 13:01:28 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - หุ้น

 
tags :
 

โครงการมหานคร อภิมหาโปรเจกต์ที่เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศไทย ความสูง 314.2 เมตร สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งตั้งสูงเด่นบนทำเลทองสาทร พัฒนาโดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACE มูลค่าโครงการสูงลิ่วกว่า 20,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 5 ปี และได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา

และเป็นโครงการที่ต่างชาติให้ความสนใจ จนเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 60 บริษัทเพซฯ นำโดย นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ผู้บริหารหนุ่มเจ้าของโครงการ ได้แถลงข่าว ดึง 2 กองทุนใหญ่ระดับโลกเข้าร่วมลงทุนพัฒนาโครงการเป็นมูลค่าสูงถึง 8,400 ล้านบาท เป็นข่าวดีรับต้นปีสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศไทย ๆ และผลดังกล่าว เพซจะนำเงินไปลดหนี้ (D/E) จาก 8 เท่า ลงมาเหลือ 3 เท่า

ล่าสุด สถานการณ์ของบริษัท เพซฯ กำลังถูกสถาบันการเงินตรวจเข้มเรื่องการเงิน เพื่อป้องกันความเสี่ยง

โดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับล่าสุด อ้างมาจากแหล่งข่าวจากวงการธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารเจ้าหนี้ของบริษัท เพซฯ สำหรับเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ฯ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลหนี้หลายพันล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการธนาคารเห็นว่า หนี้เริ่มมีความเสี่ยงจึงให้จัดชั้นอยู่ในกลุ่มที่เฝ้าระวัง (watch risk) หรือต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทมีหนี้ค่อนข้างสูง โครงการลงทุนใหญ่มีความเสี่ยงมากขึ้นในภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ดี

“ระดับบนได้เรียกเคสเพซไปดูแล้ว และให้เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ” แหล่งข่าว กล่าว

ด้านนายณัฐพล ลัคนลาวัณย์ รองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านแหล่งเงินทุน หลังจากมีกระแสธุรกิจผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี โดยขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์สนับสนุน และได้วงเงินกู้มาอีกจำนวน 3,000 ล้านบาท สามารถรองรับแผนการดำเนินงานได้ 18 เดือน โดยเตรียมไว้ชำระหนี้ที่ครบกำหนดภายใน 1-2 เดือนนี้ แบ่งเป็นบี/อี กว่า 2,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ 300 ล้านบาท

ในส่วนหนี้โดยรวม ที่ผ่านมา มีการทยอยชำระหนี้ไปมากแล้ว หนี้ในส่วนของโครงการมหานครทั้งหมด 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันลดลงเหลือไม่ถึง 2,000 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ซื้อกิจการ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” ก็มีการเพิ่มทุนมาชำระหนี้ลงมาเหลือ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีการต่ออายุออกไปอีก 1-2 ปี

“ปัญหาของเพซไม่ได้เกิดจากธุรกิจ แต่เมื่อมีข่าวหนี้บี/อี ก็มีผลต่อบริษัท”

ด้านภาระหนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 มีหนี้สินหมุนเวียนสูงถึง 20,934 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนมีทั้งสิ้น 7,190 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2560 มียอดขาดทุนสะสม 5,801 ล้านบาท หลังจากไตรมาส 1 ขาดทุนสุทธิ 575 ล้านบาท ปี 2559 ขาดทุน 2,326 ล้านบาท



ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000070754