เตรียมส่ง "จิตแพทย์" ดับอารมณ์ร้อน นศ.อาชีวะ ป้องกันยกพวกตีกันซ้ำสอง

วันที่ 2017-06-30 20:16:53 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - คุณภาพชีวิต

 
tags :
 

กรมสุขภาพจิต เตรียมส่ง "จิตแพทย์-นักจิตวิทยา" ดับอารมณ์ร้อน "เด็กอาชีวะ" 2 สถาบันยกพวกตีกันวันที่ 3 ก.ค.นี้ ป้องกันก่อเหตุซ้ำสอง พร้อมเร่งปรับปรุงชุดคู่มือป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงในวัยรุ่น เผยอยู่ระหว่างนำร่องศึกษา ก่อนขยายผลใช้ในสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ

นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเหตุนักเรียนอาชีวศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระราม 6 เขตบางพลัด กทม. และวิทยาลัยเทคนิคดุสิต ยกพวกตีกัน บริเวณตลาดฝั่งตรงข้ามกับห้างเมเจอร์นนทบุรีเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 4 คน ว่า เหตุที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นสะท้อนถึงปัญหาสังคมโดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความคิดขาดทักษะการจัดการอารมณ์ มีความอดทนต่ำ แต่สาเหตุการยกพวกตีกันของเด็กสายอาชีวศึกษา ส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่จากเรื่องส่วนตัว มักเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความด้อยไม่ด้อยของสถาบันที่ศึกษาอิงตามกลุ่มเพื่อนพวกพ้อง ช่วงที่นักเรียนอาชีวศึกษามักตีกันมี 2 ช่วง คือช่วงเปิดเทอมใหม่และช่วงก่อนปิดเทอมเป็นช่วงที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันระวัง โดยกรมสุขภาพจิตจะส่งทีมสุขภาพจิตเข้าไปร่วมให้การดูแลจิตใจญาติเด็กที่เสียชีวิตและดูแลจิตใจเด็กที่ได้รับบาดเจ็บและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

"นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 3 ก.ค.นี้ จะส่งทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา จากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. และศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กทม. เข้าไปร่วมให้การดูแลด้านจิตใจอารมณ์ของเด็กอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้ง 2 แห่ง เพื่อจัดระบบการเฝ้าระวังการเสริมทักษะด้านการจัดการอารมณ์ ร่วมกับครูของทั้ง 2 สถาบันเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำสอง" นพ.สมัย กล่าว

นพ.สมัย กล่าวว่า ส่วนการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กอาชีวศึกษาทั้งเรื่องการดื่มสุรา สูบบุหรี่ การมีเพศสัมพันธ์ ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร อุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ ทะเลาะวิวาท รวมทั้งปัญหาการติดเกมเป็นต้น ขณะนี้กรมฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาพัฒนาโปรแกรมสร้างทักษะชีวิตที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้แก่นักเรียนสายอาชีวศึกษาระดับปวช. อายุ15-20ปีเพื่อสร้างอนาคตวัยรุ่นของไทยให้มีคุณภาพ ให้สามารถเผชิญสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสังคมในศตวรรษที่21เป็นยุคข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยีวัยรุ่นจำเป็นต้องมีทักษะชีวิตวิเคราะห์ไตร่ตรองข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาอย่างรอบด้านและตัดสินใจเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เหมาะสมทักษะชีวิตจึงเสมือนเป็นวัคซีนสร้างภูมิต้านทานให้วัยรุ่นป้องกันปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆที่เป็นภัยกับสุขภาพและสังคมโดยอยู่ระหว่างทบทวนปรับปรุงชุดคู่มือต่างๆ เช่น ทักษะชีวิตป้องกันโรคเอดส์ป้องกันสารเสพติด และป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา ซึ่งขณะนี้ได้ต้นแบบแล้วอยู่ระหว่างทดลองใช้โปรแกรมนี้ที่วิทยาลัยเทคนิคดุสิตและวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน2560จากนั้นจะทำการประเมินผลเพื่อปรับให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คาดว่าจะขยายผลใช้ในสถาบันอาชีวศึกษาตั้งแต่ปลายปี2560นี้ เป็นต้นไป

พญ.มธุรดาสุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. กล่าวว่าโปรแกรมสร้างทักษะชีวิตนักเรียนสายอาชีวศึกษานี้จะครอบคลุมทักษะที่จำเป็นในสังคมไทยและทักษะที่ต้องมีในสังคมศตวรรษที่21ทั้ง3มิติคือด้านความคิด ด้านอารมณ์ และด้านคุณค่าในตนเอง มีทั้งหมด12ทักษะย่อยประกอบด้วย ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะตระหนักรู้ในตน ทักษะเข้าใจคนอื่น ทักษะการจัดการความเครียด ทักษะการจัดการกับอารมณ์ ทักษะการสร้างสัมพันธภาพและทักษะการสื่อสารทักษะด้านความภูมิใจในตนเองความรับผิดชอบสังคม และทักษะการสร้างเครือข่ายการทำงานเป็นทีมการวางเป้าหมายชีวิตและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มาจากสื่อโซเซียลด้วย

สำหรับวิธีการสร้างทักษะชีวิตดังกล่าว จะดำเนินการโดยใช้กิจกรรม ซึ่งผ่านการตรวจสอบประสิทธิภาพจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตวัยรุ่นด้านการศึกษา รวมทั้งประเมินจากผู้เรียนคือนักเรียนอาชีวศึกษาโดยตรง10แห่งแล้วมีทั้งหมด16กิจกรรมเช่นกิจกรรมเลโก้มหาสนุก กิจกรรมเคลื่อนพลข้ามฝั่ง กิจกรรมต้นไม้ชีวิต กิจกรรมสำรวจชุมชน กิจกรรมรู้จักฉันรู้จักเธอ เป็นต้นโดยครูจะบูรณาการจัดกิจกรรมแทรกในหลักสูตรการเรียนการสอนตามปกติในระดับปวช.โดยจะใช้กระตุ้นในช่วงที่เด็กมารวมกันใหม่ๆคือช่วงเปิดเทอม และก่อนจบในชั้นปีที่ 3

ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000066855