ดีอี หารือ กสทช.-ทีโอที เตรียมใช้เบอร์บ้าน 01 ภายในปี 2564

วันที่ 2017-06-27 08:46:54 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - Cyberbiz

 
tags :
 

กระทรวงดีอี รับ เป็นกาวประสาน ทีโอที- กสทช. ขับเคลื่อนนโยบายดีอี เพิ่มเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานเป็น 10 หลัก หวังนำเลขหมายเดิมให้ กสทช.จัดสรรเลขหมายโทรศัพท์มือถือที่กำลังจะขาดแคลน คาดเสร็จภายในปี 2564 ส่วนเงินกองทุนดีอีที่ กสทช.ให้ยังใช้งานไม่ได้ ต้องรอตั้งผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาการใช้งบประมาณก่อน

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมหารือกับ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมการหารือ เมื่อวันที่ 23-24 มิ.ย. 2560 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้มีการหารือเกี่ยวกับเลขหมายโทรศัพท์มือถือและประจำที่

โดยการเพิ่มตัวเลขของเลขหมายโทรศัพท์ประจำที่จาก 9 หลัก เป็น 10 หลัก จากเดิมขึ้นต้นด้วย 02,03,05 และ 07 ต่อด้วยเลขหมาย 7 หลัก ก็จะมีการเพิ่มเลข 1 ต่อท้ายเลข 0 สำหรับโทรศัพท์ประจำที่ทุกเบอร์ เพื่อให้มี 10 หลัก อย่างเช่น 01-xxxx-xxxxx

จากนั้นจะนำเบอร์นำหน้าของโทรศัพท์ประจำที่เดิมมาใช้เป็นเลขหมายโทรศัพท์มือถือ ทำให้โทรศัพท์มือถือจะมีเลขหมายขึ้นต้นด้วย 02,03,05, และ 07 ทำให้โทรศัพท์มือถือมีเลขหมายเพิ่มขึ้นเป็น 760 ล้านเลขหมาย จากเดิมที่เหลือให้จัดสรรเพียง 52.5 ล้านเลขหมาย คาดว่าจะหมดลงในปี 2564 ขณะที่โทรศัพท์ประจำที่จะมีเพิ่มขึ้นจาก 50 ล้านเลขหมาย เป็น 100 ล้านเลขหมาย

สำหรับกระบวนการทำงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสทช.จะต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ลงตัวว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังตกลงกันไม่ได้ ทำให้เรื่องค้างคา แต่ครั้งนี้ ตนเองจะเป็นตัวกลางในการประสานงานให้เรื่องนี้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะทุกฝ่ายต้องทำงานภายใต้นโยบายดีอี และ ต้องนำเรื่องการปรับปรุงโครงข่าย นำเข้าคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) พิจารณา

เบื้องต้นทีโอที ต้องของงบประมาณจาก กสทช. เพื่อปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์ประจำที่ให้เสร็จภายในปี 2562 เพื่อให้ กสทช.เสนอสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู บริหารจัดการคลื่นไม่ให้รบกวนกัน ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ดังนั้นคาดว่าภายในปี 2564 เรื่องการเพิ่มเลขหมายโทรศัพท์จะต้องเสร็จสิ้น จากนั้น ประชาชนผู้ใช้งาน ตลอดจนเอกชนผู้ใช้บริการ จะสามารถใช้เบอร์เก่าและเบอร์ใหม่ที่เพิ่มหมายเลขควบคู่กันได้ทั้ง 2 เบอร์ก่อนเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นถึงจะเปลี่ยนใช้เบอร์ใหม่ถาวร

ส่วนเรื่องบประมาณที่กสทช.ได้มอบให้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตาม พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม งวดแรก เป็นจำนวน 127 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินงานในการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นั้น ภายในไม่กี่เดือนนี้กระทรวงดีอีจะลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับกสทช. เพื่อเป็นมาตรฐานสำหรับผู้บริหารในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถเดินหน้าการทำงานได้ไม่สะดุด

ขณะที่เงินรายได้ที่ได้มานั้น ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ซึ่งมีรองนายก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธาน แต่ยังขาดรายชื่อของผู้ทรงคุณวุฒิ เนื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว จะต้องคัดเลือกจาก 3 ใน 8 คน ของผู้ทรงคุณวุฒิจากบอร์ดดีอี ซึ่งยังอยู่ระหว่างการแต่งตั้งเช่นกัน

ส่วนกฎระเบียบเกี่ยวกับการบริหารกองทุนฯก็ยังอยู่ระหว่างการยกร่างเพื่อให้มีการบริการที่ยืดหยุ่น โดยตนเองได้กำชับ เลขาธิการกองทุนและเลขาธิการบอร์ดดีอี นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา แล้ว ให้เน้นหนักเรื่องนี้

นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการชั่วคราว เพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ ระหว่างที่รอ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. …. และ ร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... ผ่าน โดยมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมให้ความรู้เรื่อง Cyber Security สู่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างความตระหนักให้แก่เยาวชน

พร้อมมอบหมายสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สพธอ. หรือ ETDA พิจารณากลไกการทำงานร่วมของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สร้างความมั่นใจและดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ และมอบหมายให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สำรวจความต้องการใช้งานดาต้า เซ็นเตอร์ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

ส่วนเรื่องโครงการเน็ตประชารัฐ นั้น กระทรวงดีอี มีความเห็นว่า หาก กสทช.จะกำหนดราคาค่าบริการที่ถูกกว่าท้องตลาด ก็ไม่ขัดข้อง แต่หากเป็นโครงการเน็ตประชารัฐของกระทรวงและกสทช.ทำงานร่วมกัน ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคา

ส่วนการใช้บริการเน็ตประชารัฐ ประชาชนสามารถลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวและใช้งานได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (Single Sign-On) โดยการลงทะเบียนประชาชนสามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนด้วยหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

ทั้งยังมอบหมายให้ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอีพิจารณาทบทวนการกำหนดพื้นที่ในการดำเนินงานตามโครงการเน็ตประชารัฐ โดยให้พิจารณาเพิ่มเติมในพื้นที่ EEC เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสนับสนุนพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล

“นับจากนี้ทุก 2 เดือน กระทรวงดีอี และ กสทช.จะประชุมร่วมกัน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อให้งานเดินหน้า เพราะการประชุมร่วมกันครั้งล่าสุดนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี” รมว.ดีอี กล่าว

ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000065222

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดีอี หารือ กสทช.-ทีโอที เตรียมใช้เบอร์บ้าน 01 ภายในปี 2564

ข่าวที่คล้ายกัน