สหรัฐฯเวลานี้สามารถยิงสกัดขีปนาวุธเกาหลีเหนือได้ ทว่าปัญหาใหญ่ยังคงอยู่ที่จีน –สนทนาถามตอบกับ แองเจโล โคเดวิลลา

วันที่ 2017-05-19 23:18:21 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ต่างประเทศ

 
tags :
 

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)

Q&A with Angelo Codevilla: US can shoot down North Koreas missiles but China remains elephant in room
By Doug Tsuruoka
29/04/2017

ระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯนั้นออกแบบขึ้นมาโดยเบื้องต้นแล้วก็เพื่อใช้รับมือกับขีปนาวุธเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตามการทดสอบที่แท้จริงอยู่ที่การนำมาใช้ตอบโต้กับสมรรถนะทางด้านนี้ของจีน

ความว้าวุ่นกระวนกระวายใจว่าจะเกิดสงครามบนคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มทวีขึ้นอย่างมากเมื่อราวปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภายหลังจากสหรัฐฯมีการเคลื่อนไหวทางทหารหลายอย่างหลายประการ

สหรัฐฯได้ยิงจรวดร่อน (cruise missile) หลายสิบลูกเข้าใส่สนามบินแห่งหนึ่งในซีเรีย และยังได้ใช้ระเบิดลูกยักษ์ใหญ่มหึมาถล่มใส่สถานที่ตั้งแห่งหนึ่งของกลุ่ม “รัฐอิสลาม” ในอัฟกานิสถาน การสำแดงแสนยานุภาพทางทหารทั้ง 2 ครั้งนี้ได้รับการตีความว่าเป็นการส่งเสียงขู่คำรามตักเตือนอย่างเป็นนัยๆ ถึงเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้นึกหวนไปถึงคำพังเพยของจีนที่ว่า “เชือดคอไก่ให้ลิงดู”

ทว่าเอาเข้าจริงแล้ว สหรัฐฯมีทางเลือกในทางทหารอะไรบ้างในการจัดการกับเปียงยางโดยไม่ถึงขั้นลุกลามกลายเป็นการเปิดทำสงครามกันอย่างเต็มขั้น?

แองเจโล โคเดวิลลา (Angelo Codevilla) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ บอกว่าทางเลือกทางทหารที่สำคัญที่สุดคือการทำลายขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงทดสอบในขณะที่มันขึ้นมาจากฐานส่งยังไม่นานนัก เขาระบุว่าเรื่องนี้สามารถกระทำได้อยู่แล้วโดยใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธหลายๆ ระบบที่มีอยู่ในคลังแสงสหรัฐฯ

ตามคำบอกเล่าของโคเดวิลลา สิ่งซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ต้องขบคิดใคร่ครวญกันมากหากจะใช้ทางเลือกนี้ จริงๆ แล้วก็คือประเทศจีน เขากล่าวว่าสำหรับจีนแล้ว เรื่องที่พวกเขามีความวิตกกังวลยิ่งกว่าเรื่องใดๆ ในวิกฤตการณ์นี้ ได้แก่ระบบป้องกันขีปนาวุธที่มุ่งยิงสกัดขีปนาวุธของข้าศึกในขณะอยู่ในบรรยากาศชั้นสูง หรือ “ทาด” (Terminal High Altitude Area Defense หรือ THAAD) ของสหรัฐฯในเกาหลีใต้ ซึ่งถูกนำไปติดตั้งประจำการเพื่อคอยสกัดขีปนาวุธเกาหลีเหนือที่ยิงเข้ามา

เขาบอกว่าจีนแสดงการคัดค้านความเคลื่อนไหวเช่นนี้อย่างดุเดือดรุนแรง เนื่องจากกลัวเกรงว่าลงท้ายแล้ววอชิงตันจะต่อยอดยกระดับระบบป้องกันขีปนาวุธประเภทนี้ ด้วยระบบเชิงแสงที่ตั้งฐานอยู่ในอวกาศระดับก้าวหน้า (advanced space-based optical systems) ซึ่งสามารถตรวจจับและทำลายขีปนาวุธของจีนขณะทำการยิง –ไม่ว่าจะยิงจากที่ไหนก็ตามในประเทศจีน

อดีตผู้คุมงานด้านความมั่นคงแห่งชาติคนหนึ่งในยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ผู้นี้กล่าวว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมทีเดียว โดยสหรัฐฯจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างมากมายมหาศาล จากการติดตั้งประจำการระบบป้องกันขีปนาวุธซึ่งสามารถทำทำหน้าที่เป็นโล่ป้องกันแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯจากขีปนาวุธของจีนและรัสเซียได้ด้วย

ทั้งนี้ โคเดวิลลาได้สนทนากับเอเชียไทมส์เกี่ยวกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ, จีน, และยุทธศาสตร์การป้องกันต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

เอเชียไทมส์: สหรัฐฯสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นขีปนาวุธเกาหลีเหนือได้ไหม โดยใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธหรือเทคโนโลยีอย่างอื่นๆ ที่มีอยู่?

โคเดวิลลา: เมื่อพูดกันในขณะนี้เลย คำตอบก็คือได้ครับ ในความเป็นจริงแล้ว ระบบต่อต้านขีปนาวุธต่างๆ ของสหรัฐฯซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นมานั้นเบื้องต้นทีเดียวคือมุ่งสกัดกั้นขีปนาวุธเกาหลีเหนือ จริงๆ แล้วระบบเหล่านี้ไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้หรอก

แต่เมื่อขีปนาวุธเกาหลีเหนือเหล่านี้กำลังมีความสลับซับซ้อนและประณีตมากขึ้นทุกที รวมทั้งกำลังถูกยิงออกมาจากพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างจากแถบชายฝั่งของพวกเขายิ่งขึ้นเรื่อยๆ และก็ยังสามารถยิงขึ้นไปสูงขึ้นทุกทีเพื่อให้มีพิสัยทำการไกลขึ้น ขีปนาวุธเกาหลีเหนือจึงอาจจะสร้างความยุ่งยากเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯทั้งในเกาหลีและรอบๆ เกาหลี ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่าขีปนาวุธเกาหลีเหนือจะยิงออกมาในจำนวนน้อย ไม่มีสักกี่ลูกหรอก ดังนั้นหากพวกเขายิงออกมาได้คราวละมากกว่าทีละหยิบมือแล้ว มันก็จะกลายเป็นปัญหาอย่างยิ่ง

เอเชียไทมส์: ถ้าสหรัฐฯเริ่มเข้าทำการสกัดกั้นขีปนาวุธเกาหลีเหนือแล้ว มันจะส่งผลต่อเนื่องทางการทหารหรือทางการเมืองต่อเกาหลีเหนืออย่างไร?

โคเดวิลลา: ผลต่อเนื่องในทางการทหารในทางปฏิบัติแล้วจะเท่ากับศูนย์ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว เราไม่มีอะไรที่จะต้องเกรงกลัวในทางการทหาร (จากการตอบโต้แก้เผ็ดต่อ) การโจมตีด้วยขีปนาวุธเกาหลีเหนือในขณะนี้ ยิ่งผลต่อเนื่องในทางการเมืองด้วยแล้ว มันจะยิ่งน้อยลงไปอีกด้วยซ้ำ ผมขอท้าพนันว่าเกาหลีเหนือจะไม่ทำอะไรเลยเนื่องจากในขณะที่พวกเขาอาจจะบ้าๆ ห่ามๆ นั้น –พวกเขาก็ไม่ได้งี่เง่าหรอก

(การเข้าสกัดกั้นขีปนาวุธเกาหลีเหนือ)ไม่เพียงขีปนาวุธของพวกเขาน่าที่จะถูกยิงตกร่วงลงมาเท่านั้น แต่การยิงขีปนาวุธเหล่านี้ยังน่าที่จะสร้างความยุ่งยากซึ่งพวกเขาไม่สามารถที่จะเยียวยาแก้ไขได้ –อย่างเช่นการเผชิญกับมาตรการห้ามนำเข้าอาหาร และการเข้าปิดล้อมทางทะเล ซึ่งจะทำให้ระบอบปกครองนี้พังครืนลงมา

เอเชียไทมส์: เกาหลีเหนือจะทำอะไรได้บ้างล่ะ?

โคเดวิลลา: ผมไม่คิดว่าเกาหลีเหนือจะทำอะไรมากไปกว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่แล้วอย่างประสบความสำเร็จในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา –ซึ่งควรจะต้องเรียกว่า เป็นกลอุบายในการแบล็กเมล์ ที่ปรากฏว่าสหรัฐฯก็ยินยอมเล่นตามไปด้วยอย่างสมบูรณ์แบบทีเดียว

เอเชียไทมส์: หนังสือพิมพ์ที่ดำเนินการโดยภาครัฐของจีน คือ โกลบอลไทมส์ (Global Times) (หนังสือพิมพ์ฉบับนี้อยู่ในเครือของเหรินหมินรึเป้า หรือ พีเพิลส์ เดลี่ ปากเสียงอย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน –ผู้แปล) เมื่อเร็วๆ นี้ได้ตีพิมพ์เผยแพร่บทบรรณาธิการชิ้นหนึ่งแสดงท่าทีว่า ปักกิ่งจะอดทนอดกลั้นต่อ “การโจมตีอย่างเฉียบคมแม่นยำ”ที่เล่นงานพวกสิ่งปลูกสร้างทางด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ (ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://koreajoongangdaily.joins.com/news/article/article.aspx?aid=3032601&cloc=joongangdaily|home|newslist1) เรื่องนี้ถือเป็นตัวแทนแสดงถึงการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญในจุดยืนของจีนที่มีต่อเปียงยางใช่หรือไม่?

โคเดวิลลา: ถ้ามองกันในลักษณะเช่นนี้ มันก็เท่ากับเป็นการเสนอแนะว่าจีนได้เปลี่ยนแปลงนโยบายของตนที่มีต่อเกาหลีเหนือแล้ว และก็จะไม่คัดค้านการที่สหรัฐฯดำเนิน “การโจมตีอย่างเฉียบคมแม่นยำ” ต่อโปรแกรมนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยอิงอาศัยข้อความบางตอนที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ซึ่งดำเนินการโดยรัฐฉบับหนึ่ง จีนน่ะกล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกในคำแถลงอย่างเป็นทางการฉบับต่างๆ ของพวกเขา โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ตลอดจนในการที่พวกเขาพูดถึงเรื่องมาตรการลงโทษคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือ แน่นอนทีเดียวว่า ถ้าสหรัฐฯทำการโจมตีแบบเฉียบขาดแม่นยำต่อเกาหลีเหนือ การตอบโต้ของจีนที่จะเกิดขึ้นมา จะไม่ใช่กลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 หรอก

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นครั้งแรกด้วยนะที่จีนพูดออกมาด้วยตนเอง แบบเดียวกับคำข่มขู่ของเกาหลีเหนือที่ว่าจะทำให้โซลประสบความวิบัติหายนะในกรณีที่มีการโจมตีดังกล่าวขึ้นมา จีนยังกระทั่ง (ส่งสัญญาณ) ว่าจะทำการรุกราน (แทรกแซงเข้าไปในคาบสมุทรเกาหลี) ถ้าสหรัฐฯหรือเกาหลีใต้พยายามที่จะรวมเอาคาบสมุทรกลับมาเป็นเอกภาพโดยใช้กำลัง ดังนั้น ไม่ใช่หรอกครับ –เกมที่จีนหรือเกาหลีเหนือเล่นอยู่ ยังคงเป็นเกมเดียวกันกับช่วงระหว่างเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

เอเชียไทมส์: จีนกำลังเล่นบทอะไรอยู่ในการโต้แย้งกันเกี่ยวกบระบบ ทาด (THAAD) และพวกเขามีความวิตกกังวลทางด้านความมั่นคงอะไรจริงๆ จากความร่วมมือด้านระบบป้องกันขีปนาวุธระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีใต้?

โคเดวิลลา: จีนคือปัญหาใหญ่ตัวจริงที่ทำให้ต้องขบคิดใคร่ครวญกันมากในเรื่องที่สหรัฐฯนำเอาระบบป้องกันขีปนาวุธเข้าไปประจำการในเกาหลีใต้ การออกมาร้องแรกแหกกระเชอทั้งหลายทั้งปวงอขงจีนในเรื่องเก่ยวกับการติดตั้งระบบทาดในเกาหลีใต้นั้น ไม่ได้มีอะไรเลยสักนิดเดียวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเกาหลีเหนือ ทุกๆ อย่างเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของจีนทั้งนั้น

เรดาร์ของระบบทาดในปัจจุบันมีพิสัยทำการประมาณ 1,000 ไมล์หรืออาจจะสั้นกว่านั้นนิดหน่อย ขีปนาวุธ(เกาหลีเหนือ) มีพิสัยทำการราวๆ 600 ไมล์ ระบบนี้จึงเพียงพอที่จะปกป้องคุ้มครองเกาหลีใต้และหลายๆ ส่วนของญี่ปุ่นจากขีปนาวุธที่ออกมาจากจีนได้นิดๆ หน่อยๆ ผมขอย้ำคำๆ นี้นะครับ “นิดๆ หน่อยๆ”

สิ่งที่จีนรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ เจ้า “นิดๆ หน่อยๆ” นี้จะกลายเป็นอะไรซึ่งใหญ่โตขึ้นไปอีกมาก

ดั๊ก สึรุโอกะ เป็นบรรณาธิการประจำกองบรรณาธิการ (Editor-at-Large) ของเอเชียไทมส์



ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000051074

ข่าวที่เกี่ยวข้อง สหรัฐฯเวลานี้สามารถยิงสกัดขีปนาวุธเกาหลีเหนือได้ ทว่าปัญหาใหญ่ยังคงอยู่ที่จีน –สนทนาถามตอบกับ แองเจโล โคเดวิลลา

ข่าวที่คล้ายกัน