BMW-อินเทลรับน้องใหม่“เดลฟาย” เสริมกลุ่มพันธมิตรรถขับขี่อัตโนมัติ

วันที่ 2017-05-19 14:38:33 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - โลกยานยนต์

 
tags :
 

เดลฟายตกลงใจเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรบีเอ็มดับเบิลยู-อินเทล-โมบายอาย เพื่อแชร์ต้นทุนและความเชี่ยวชาญสำหรับการพัฒนาแพล็ตฟอร์มรถไร้คนขับที่สามารถใช้กับรถทุกแบรนด์ กลุ่มพันธมิตร บีเอ็มดับเบิลยู-อินเทล-โมบิลอาย ต้อนรับสมาชิกใหม่ เดลฟาย เข้าร่วมโครงการพัฒนาแพล็ตฟอร์มยานยนต์อัตโนมัติที่ใช้ได้กับรถของทุกค่าย ความเคลื่อนไหวนี้ยังทำให้บีเอ็มดับเบิลยูขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเปิดตัวรถไร้คนขับในปี 2021 อีกก้าว

วันอังคาร (16) บีเอ็มดับเบิลยูและอินเทล เปิดแถลงข่าวการทำข้อตกลงกับเดลฟาย ซัปพลายเออร์ยักษ์ใหญ่ในวงการรถยนต์ ในการเข้าร่วมโครงการพัฒนาและประสานเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ ด้วยการจัดหาเซ็นเซอร์ฟิวชั่น โครงสร้างทางไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และที่สำคัญที่สุดคือ การประสานระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อรองรับการขับขี่อัตโนมัติประสิทธิภาพสูง

นอกจากนั้น เดลฟายยังอาจจัดหาเรดาร์และเซ็นเซอร์อื่นๆ สำหรับรถยนต์ไร้คนขับของบีเอ็มดับเบิลยู

โครงการนี้ริเริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู, อินเทล และโมบิลอาย ภายใต้แผนการพัฒนาแพล็ตฟอร์มเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ไร้คนขับภายในปี 2021

ริชาร์ด เราว์ รองประธานฝ่ายเซ็นเซอร์ ชุดควบคุม และซอฟต์แวร์ของบีเอ็มดับเบิลยู บอกว่า บริษัทกำลังคุยกับค่ายรถอีกหลายแห่งที่จะเข้าร่วมโครงการพันธมิตรพัฒนาแพล็ตฟอร์มสำหรับการขับขี่อัตโนมัตินี้ และเป็นไปได้ว่า อาจได้ข้อสรุปในอีกไม่กี่สัปดาห์

ขณะเดียวกัน ข้อตกลงล่าสุดของกลุ่มบีเอ็มดับเบิลยู-อินเทลเป็นข้อตกลงไม่ผูกขาด หมายความว่า เดลฟายสามารถไปร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ ได้

ทั้งนี้ ความเชี่ยวชาญของเดลฟายในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและโครงสร้างทางไฟฟ้าถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนารถอัตโนมัติ

เดิมทีนั้นเดลฟายทำงานให้บีเอ็มดับเบิลยูมาก่อนหน้านี้หลายปี นอกจากนั้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว บริษัทยังตกลงเป็นพันธมิตรกับโมบิลอาย โดยกำหนดเป้าหมายพัฒนาแพล็ตฟอร์มยานยนต์ไร้คนขับออกมาภายในปี 2019

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่อินเทล ผู้ผลิตชิปแถวหน้าของอเมริกา ตัดสินใจเข้าซื้อโมบิลอายด้วยวงเงิน 15,000 ล้านดอลลาร์

โมบิลอายเป็นบริษัทอิสราเอลที่พัฒนาซอฟต์แวร์ประสานการทำงานของกล้อง เรดาร์ และเซ็นเซอร์อื่นๆ เข้าด้วยกัน และยังนำเสนอเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งระบบจัดทำแผนที่

โครงการพันธมิตรนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้เล่นจากแวดวงต่างๆ พยายามหาทางกระจายต้นทุนและแชร์ความเชี่ยวชาญสำหรับการลงสนามรถยนต์ไร้คนขับที่มีอนาคตสดใสรออยู่

หนึ่งในจุดเด่นของโครงการพันธมิตรบีเอ็มดับเบิลยู-อินเทล-โมบิลอาย-เดลฟายคือ การนำเสนอแพล็ตฟอร์มให้บริษัทอื่นๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปข้อตกลงการให้ใบอนุญาตหรือการจัดการทางการเงินอื่นๆ

เกลน เดอ วอส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของเดลฟาย สำทับว่า สิ่งที่พันธมิตรกลุ่มนี้จะทำไม่ใช่แพล็ตฟอร์มสำหรับบีเอ็มดับเบิลยูเท่านั้น แต่เป็นแพล็ตฟอร์มสำหรับตลาด เขายังบอกอีกว่า ภายใน 2- 3 เดือนนี้จะมีการกำหนดบทบาทของแต่ละบริษัท รวมถึงวิธีการสร้างแพล็ตฟอร์มคอมพิวเตอร์ที่บริษัทรถทุกแห่งสามารถนำไปปรับใช้ในการผลิตรถอัตโนมัติของตัวเอง

โครงการพันธมิตรนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เดลฟายแตกกิจการออกเป็นสองบริษัท บริษัทหนึ่งโฟกัสระบบไฟฟ้าสำหรับรถยนต์อัตโนมัติ ส่วนอีกบริษัทเน้นที่ระบบส่งกำลัง

กลุ่มพันธมิตรบีเอ็มดับเบิลยู-อินเทล-โมบิลอาย-เดลฟายมีโอกาสอย่างมากที่จะได้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ยังทำให้เป้าหมายในการเปิดตัว “iNext” รถขับขี่อัตโนมัติของบีเอ็มดับเบิลยูในปี 2021 ใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น

สำหรับพันธมิตรกลุ่มอื่นที่มีเป้าหมายที่รถขับขี่อัตโนมัติเช่นเดียวกันมีอาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ค่ายรถหรูเมืองเบียร์ คู่แข่งสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ประกาศร่วมมือกับบ๊อช ซัปพลายเออร์รถยนต์ชาติเดียวกัน เมื่อสองเดือนที่แล้ว

เจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ขาใหญ่จากดีทรอยต์ จับมือลิฟต์ ผู้ให้บริการรถร่วมโดยสารที่ล่าสุดเพิ่งตกลงปลงใจร่วมโครงการกับเวย์โม บริษัทพัฒนารถไร้คนขับในเครืออัลฟาเบตที่เป็นบริษัทแม่ของกูเกิลอีกทาง

ขณะเดียวกัน เวย์โมเองก็ทำข้อตกลงกับเฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิล และฮอนด้า มอเตอร์

โตโยต้าร่วมทีมกับเอ็นวิเดีย ผู้นำระบบ AI ส่วนไป่ตู้ ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นแดนมังกร เปิดเผยเมื่อเดือนเมษายนว่า จะพัฒนาแพล็ตฟอร์มยานยนต์อัตโนมัติ “อะพอลโล่” ที่พร้อมใช้งานสำหรับบริษัททุกแห่ง

บีเอ็มดับเบิลยู, เดมเลอร์, อินเทล,โฟล์คสวาเกน และเท็นเซนต์ โฮลดิ้งส์ บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีน ร่วมกันเป็นเจ้าของ “เฮียร์” ที่วางตำแหน่งตัวเองเป็นซัปพลายเออร์หลักผู้จัดหาแผนที่ความคมชัดสูงสำหรับรถอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม บีเอ็มดับเบิลยูคาดว่า สุดท้ายแล้ว ด้วยต้นทุนมหาศาลในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบข้อมูล รวมทั้งการทำให้ระบบทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น ในอนาคตจะมีแพล็ตฟอร์มการขับขี่ไร้คนขับสำเร็จรูปออกมาเพียงไม่กี่แพล็ตฟอร์มเพื่อให้ผู้ผลิตรถส่วนใหญ่เลือกไปปรับใช้ให้เข้ากับสเปกรถของตัวเอง

ที่มา : http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrview.aspx?NewsID=9600000050900

ข่าวที่เกี่ยวข้อง BMW-อินเทลรับน้องใหม่“เดลฟาย” เสริมกลุ่มพันธมิตรรถขับขี่อัตโนมัติ

ข่าวที่คล้ายกัน